กัxชาทางการแพทย์ช่วยบรรเทาวิตกกังวลและซึมเศร้า เป็นอย่างนั้นจริงหรือ

ประเทศไทยถอด “กัxชา” ออกจากบัญชียาเสพติดใน พ.ศ.2565 โดยอ้างประโยชน์ 3 ประการ ได้แก่ ประโยชน์ทางการแพทย์ ทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม และทางเลือกในการดูแลสุขภาพ ประโยชน์สามประการนี้จะเป็นไปตามที่เคลมหรือไม่ยังไม่มีข้อสรุป ทว่าผลกระทบเชิงสังคมเห็นได้ค่อนข้างชัด นั่นคือการใช้กัxชา กัxชง กระท่อuที่เป็นไปอย่างอิสระและกว้างขวางในหมู่ประชาชน มาถึงวันนี้เริ่มยากที่จะแก้ไขและเยียวยากันแล้ว

กัxชาจะให้ประโยชน์ทางการแพทย์จริงอย่างที่หวังหรือเปล่า ลองมาดูงานวิจัยทางการแพทย์กันอีกครั้ง รายงานวิจัยทางการแพทย์ชิ้นใหม่ที่จะกล่าวถึงนี้มาจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ออสเตรเลีย ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ระดับโลกอย่าง Lancet ปลายเดือนมีนาคม 2026 นี่เอง โดยงานวิจัยชิ้นนี้อ้างอิงผลการวิจัยที่ผ่านการทบทวนอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์เชิงเมตาของการทดลองแบบสุ่มควบคุม (RCT) จำนวน 54 ผลงานที่ดำเนินการทั่วโลกในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา ระหว่าง ค.ศ.1980-2025

งานวิจัยจำนวนมากดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพิสูจน์ความเชื่อที่ว่ากัxชาทางการแพทย์ช่วยรักษาอาการวิตกกังวล ซึมเศร้ารวมถึงโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจที่เรียกว่า PTSD ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทสรุปของงานวิจัยชิ้นดังกล่าวกลายเป็นว่านอกจากไม่ช่วยแล้วยังอาจทำให้สุขภาพจิตแย่ลงอีกต่างหาก เพิ่มความเสี่ยง เช่น โรคจิตและอาการเสพติดเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังทำให้การรักษาโรคด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพล่าช้าออกไปอีก

กัxชาอาจมีประโยชน์บ้างเล็กน้อยสำหรับการบรรเทาอาการบางอย่าง เช่น นอนไม่หลับและออทิสติกทว่าหลักฐานยังค่อนข้างอ่อน ผลกระทบต่อสังคมน่าจะเป็นสิ่งที่ได้ไม่คุ้มเสีย ทีมวิจัยจึงเรียกร้องให้ทบทวนนโยบายกัxชาเสรีรวมทั้งแนะนำให้มีการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น ทีมวิจัยระบุว่าแม้มีหลักฐานว่ากัxชาทางการแพทย์อาจมีประโยชน์ในภาวะสุขภาพบางอย่าง เช่น การลดอาการชักที่เกี่ยวข้องกับโรคลมชักบางชนิด อาการเกร็งในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง และการจัดการความเจ็บปวดบางประเภท ทว่าในส่วนของการรักษาปัญหาความผิดปกติทางสุขภาพจิตยังมีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีออทิสติก ซึ่งทีมวิจัยแนะนำว่าควรระมัดระวังให้มากขึ้นในการวิเคราะห์และตีความผลการวิจัย

อีกปัญหาหนึ่งของปัญหาการใช้กัxชา เป็นต้นว่า ผู้ใช้กัxชาบรรเทาอาการผิดปกติจากการใช้โคเคuกลายเป็นว่าการใช้กัxชาทำให้ความอยากโคเคuเพิ่มสูงขึ้น ผลงานวิจัยมีบทสรุปออกมาอย่างนี้ทีมวิจัยจึงเรียกร้องให้มีการควบคุมกัxชาทางการแพทย์ให้เข้มงวดกว่าเก่า ผลงานวิจัยชิ้นนี้หวังเพียงส่งสัญญาณมายังฝ่ายนโยบายในบ้านเรา ให้คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม ควบคุมการจำหน่ายกัxชา กัxชง กระท่อu อย่าให้เสรีกันจนเลยเถิด ขอเพียงเท่านั้น

#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #ลดวิตกกังวลและเครียด, #กัxชา, #กัxชง, #กระท่อu

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *