ผมชมชอบกระบวนการทำงานที่เป็นวิทยาศาสตร์ มีหลักเกณฑ์ ยืนยันได้ ในประวัติศาสตร์อิสลามมีเรื่องราวลักษณะนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อย สำคัญที่สุดคือการได้มาของเอกสารสำคัญยิ่ง ได้แก่ “อัลกุรอาน” และ “อัสสุนนะฮฺ” ในส่วนอัลกุรอานซึ่งมุสลิมถือเป็นพระวจนะของอัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตะอาลา ประทานผ่านทางท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ผู้อ่านเขียนไม่ได้ ตลอดระยะเวลา 23 ปีของการเผยแผ่อิสลาม (ค.ศ.610-632)
ในคัมภีร์อัลกุรอาน ซูเราะฮฺที่ 4 อายะฮฺที่ 59 บัญชาให้มุสลิมปฏิบัติตามอัลกุรอานและอัสสุนนะฮฺโดยอัสสุนนะฮฺหมายถึงคำพูด คำสั่ง การปฏิบัติ ความเห็น ของท่านนบีโดยระบุว่า “จงเชื่อฟังอัลลอฮฺและเชื่อฟังรอซูล หากขัดแย้งกัน จงนำประเด็นดังกล่าวกลับไปที่อัลลอฮฺและรอซูล” เป็นการยืนยันอำนาจร่วมกันของอัลกุรอานและอัสสุนนะฮฺของท่านนบี ในฐานะแหล่งที่แก้ไขข้อขัดแย้ง ชี้นำศรัทธาและแนวทางการดำเนินชีวิต
การได้มาของอัสสุนนะฮฺนั้นศอฮาบะฮฺหรือสหายของท่านนบีมุฮัมมัดบันทึกไว้อย่างเป็นระบบระหว่างท่านนบีมีชีวิตและหลังจากท่านจากไปไม่นาน บันทึกฮะดีษแรก ๆ เป็นลักษณะคอลเลกชันส่วนตัว (ศอฮิฟะฮฺ) ชุดแรกคือศอฮีฟะฮฺ อัล-ศอดิเกาะฮฺ โดยอับดุลลอฮฺ อิบนุ อัมรฺ อิบนุ อาส และศอฮีฟะฮฺ ฮัมมัม อิบนุ มุนับบิฮฺ อย่างไรก็ตาม นักวิชาการอิสลามเห็นว่าฮะดีษชุดแรกที่สำคัญคือ “อัลมุวัตตะอฺ” ของอิหม่ามมาลิก ซึ่งรวบรวมคำพูด การกระทำ และการปฏิบัติในสมัยของท่านนบีมุฮัมมัดและศอฮาบะฮฺ โดยรวบรวมขึ้นใน ฮ.ศ.2 (ค.ศ.623) หลังจากนั้นเกิดเป็นวัฒนธรรมการรวบรวมฮะดีษขึ้นอย่างเป็นระบบต่อเนื่องกันนานนับร้อยปีโดยนักวิชาการอิสลามจำนวนมากมาย
การรวบรวมฮะดีษที่ได้รับการยอมรับว่าคือฮะดีษแท้เกิดขึ้นระหว่างคริสตศตวรรษที่ 9 ถึงต้นศตวรรษที่ 10 โดยในอิสลามสายสุนนียฺ มีหนังสือรวบรวมฮะดีษที่จัดทำขึ้นอย่างพิถีพิถัน เรียกว่า “หกฮะดีษแท้” ประกอบด้วย ศอฮีฮฺอัลบุคอรี, ศอฮีฮฺมุสลิม, สุนันอบีดาวูด, สุนันอัลติรมีซี, สุนันอัลนาซาอี และสุนันอิบนุมาญะฮฺ บันทึกฮะดีษเหล่านี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลทางวิชาการในอิสลามที่เชื่อถือได้รองจากคัมภีร์อัลกุรอาน ในบรรดาหกฮะดีษแท้นี้ บันทึกที่โดดเด่นที่สุดเป็นของนักวิชาการที่มีนามว่า “อิหม่ามบุคอรี” (ค.ศ.810-870)
วิธีการรวบรวมฮะดีษของท่านอิหม่ามบุคอรีน่าสนใจอย่างยิ่งโดยท่านเดินทางไปทั่วโลกอิสลาม ใช้เวลาศึกษานานถึง 16 ปี กระทั่งรวบรวมฮะดิษได้กว่า 600,000 บท จากนั้นกำหนดเกณฑ์เขียนเป็นรายงานฮะดีษชื่อ “ศอฮีฮฺบุคอรี” ซึ่งมี 7,563 บท เมื่อตัดบทที่ซ้ำกันเหลือเป็นฮะดิษ 2,602 บท หรือร้อยละ 0.43 ของฮะดีษที่ได้มา กระบวนการคัดเลือกฮะดีษของท่านอิหม่ามบุคอรีน่าตื่นตาตื่นใจ อันอาจนับเป็นแนวทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ครั้งแรกในโลก พิถีพิถัน สัมผัสได้ วัดได้ จับต้องได้ เป็นผลให้บันทึกฮะดีษของท่านได้รับการยอมรับอย่างสูงมาจนทุกวันนี้
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #ฮะดีษ, #อิหม่ามบุคอรี, #นิติวิทยาศาสตร์

